เที่ยวฟูจิแบบสบายๆเช้าเย็นกลับกับ  Justavi

เที่ยวฟูจิแบบสบายๆเช้าเย็นกลับกับ  Justavi

จากครั้งก่อนที่ได้อธิบายเกี่ยวกับวิธีการสมัครกับวิธีการใช้งานเว็ปไซต์ Justavi ไป (http://komachijp.com/other-spot/16135)  ครั้งนี้ก็ถึงเวลาเดินทางจริงๆแล้ว มาดูกันเถอะว่าการเดินทางกับ Justavi จะปลอดภัยและอบอุ่นแค่ไหน

วันนี้เราจะเริ่มจากฟูจิชั้น 5  แล้วไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้าน Konami ตามที่คุณเคนนี่แนะนำ  แล้วไปดูลาเวนเดอร์ต่อที่ Oishi Park กับงาน Fujikawaguchiko Herb Festival เสร็จแล้วไปถ้ำน้ำแข็งต่อ  ก่อนจะไปจบทริปที่โกเทมบะ outlet ตามลำดับ

ตอนแรกตามตารางเราจะออกเดินทางในเวลา 8.00 น.  แต่ว่าคุณเคนนี่ก็ใจดีปรับเปลี่ยนให้เราออกสตาร์ทสายหน่อย1ชั่วโมง  จาก 8.00 ก็กลายเป็น 9.00

เรานัดคุณเคนนี่มาเจอแถวสถานีรถไฟชินจูกุเวลาประมาณ 8.45  เพื่อที่จะไปรับรถที่เช่าไว้แถวสถานีตอนประมาณ 9.00 เจอหน้ากันครั้งแรกก็มีทักทายแนะนำตัวด้วยความอ่อนน้อมตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น  หรือที่เรียกว่า omotenashi ทำให้เราสบายใจและรู้สึกอบอุ่นใจในการเดินทางวันนี้ local driver “คุณเคนนี่” เป็นคุณลุงที่มีประสบการณ์การทำงานมาอย่างยาวนาน  อีกทั้งเคยไปพำนักอยู่ที่ไทยหลายปี จึงเข้าใจภาษาไทยเล็กน้อย นอกจากนี้คุณลุงเคนนี่ยังเคยให้บริการนักท่องเที่ยวชาวไทยมาหลายต่อหลายครั้ง จึงมั่นใจว่าคุณลุงคุ้นชินกับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างแน่นอน

มาเที่ยวครั้งนี้ไม่ต้องกังวลทั้งเพราะ Justavi  เป็นทั้ง local driver ตากล้อง เพื่อนเที่ยว หรือคนซื้อตั๋ว Justavi เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ คุ้มไม่คุ้มก็ลองคิดดูแล้วกัน  พวกเราทำได้แค่นั่งเม้าท์ เหนื่อยก็นอน เจอจุดพักรถก็ลงไปซื้อขนม กินเสร็จก็พักผ่อน  ไม่รู้จะหาความสบายแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ขึ้นรถจากชินจูกุผ่านไป2ชั่วโมงครึ่งจนตื่นมาอีกทีก็ถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่แรกของเราแล้ว

ฟูจิชั้น 5  หรือ Mt. Fuji Subaru Line 5th Station  ซึ่งวันที่เรามาอากาศค่อนข้างดีถึงดีมากๆ  ฟ้าเปิดมองเห็นยอดฟูเขาไฟฟูจิ แล้วเดือนนี้เป็นเดือนที่เปิดให้ปีนไปยอดภูเขาไฟฟูจิได้  ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นนักปีนเขาทั้งมือสมัครเล่นหรืออาชีพอยู่ทั่วทุกบริเวณ แต่เราขอบายแค่ขึ้นมาถึงชั้น 5ก็พอใจแล้ว

คุณเคนนี่แนะนำให้เราซื้อขนมปังเมล่อนมาลองชิม  ซึ่งสิ่งที่พิเศษและแตกต่างจากขนมปังเมล่อนทั่วไปคือ  ที่นี่ทำเป็นรูปทรงภูเขาไฟฟูจิ คิ้วโตะสุดๆถ่ายรูปออกมายังไงก็ดูน่ารักไปหมด  น่ารักจนไม่อยากจะกินเพราะกลัวฟูจิแหว่ง นอกจากจะน่ารักแล้วยังอร่อยอีกด้วย เพราะที่นี่เค้าทำสดๆอบใหม่ๆ  หยิบมาถ่ายรูปยังรู้สึกอุ่นๆออกมาจากตัวขนมปังเลย

ฟูจิชั้น 5  ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยวที่ไว้ชมยอดภูเขาไฟฟูจิอย่างเดียว  ข้างบนนั้นยังมีวัด ไปรษณีย์ ร้านขายของที่ระลึกมากมาย นอกจากนี้ด้วยความที่ข้างบนยอดฟูจินั้นอากาศค่อนข้างเบาบาง  นักปีนเขาจึงใช้บริเวณนี้เป็นจุดพักทำตัวให้คุ้นชินกับสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง และยังมีน้องม้าไว้บริการถ่ายรูปและสามารถลองขี่เดินเล่นบริเวณรอบๆฟูจิชั้น 5ได้ด้วย

ต่อมาเราก็เดินทางไปทานอาหารกลางวันกันแถวๆทะเลสาบคาวากุจิโกะ  รอบนี้คุณเคนนี่ก็แนะนำอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดยามานาชิ(จังหวัดที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ)ให้พวกเรา  นั่นก็คือ โฮโต ร้านที่ไปวันนี้ชื่อ Konami โฮโตเป็นอาหารที่คล้ายอุด้งแต่ว่าเส้นจะแบนๆใหญ่ๆและมีผักหลายชนิดใส่เต็มไปหมด  แต่ที่สำคัญคือ ฟักทอง โฮโตรสชาดดีกว่าที่คิดมากๆ ที่สำคัญคือได้เยอะมากแทบจะกินไม่หมด แต่อร่อยจริงๆแนะนำว่าใครมาเที่ยวควรลองซักหนึ่งมื้อ  หรือจะซื้อกลับไทยไปลองต้มเองก็ได้ เห็นแวบๆว่ามีขายด้วย

ในระหว่างทางอาหารกลางวันคุณเคนนี่ก็เล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับทะเลสาบคาวากุจิโกะให้พวกเราฟังมากมาย  อันไหนที่เราไม่เข้าใจคุณเคนนี่ก็จะพยายามใช้ภาษาไทยช่วย ซึ่งพวกเรารู้สึกได้ถึงความพยายามเอาใจใส่ของคุณเคนนี่ในการให้บริการพาพวกเราเที่ยวในวันนี้  คือถ้าเราใช้บริการบัสทัวร์หรือรถแท็กซี่ก็คงจะไม่มีการมานั่งใส่ใจลูกค้าเป็นรายบุคคลขนาดนี้ บัสทัวร์อาจจะมีไกด์ก็จริงแต่ก็ไม่ใช่ local driver ที่แท้จริง

หลังจากเติมพลังงานและความรู้กับคุณเคนนี่มาแล้ว  เราก็ลุยกันต่อกับทุ่งลาเวนเดอร์ที่ริมทะเลสาบคาวากุจิโกะ  กับงานที่มีชื่อว่า Fujikawaguchiko Herb Festival  เป็นงานที่สามารถชมลาเวนเดอร์ไปพร้อมๆกับมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง ในปีนี้จัดงานวันที่ 15 มิถุนายนถึง วันที่8 กรกฎาคม ควรดูข้อมูลก่อนเดินทางไปชมเพราะไม่ได้จัดตลอดทั้งปี  และด้วยความเป็นพื้นที่เปิดโล่งริมทะเลสาบทำให้ค่อนข้างมีแดดและลมแรง ฉะนั้นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการมาเที่ยวที่นี่เราแนะนำให้มาช่วงบ่ายแก่ๆ  แดดร่มลมตกน่าจะดีที่สุด เพราะตอนเรามาคือแดดค่อนข้างจะแรงและช่วงนี้ญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนแล้ว อุณหภูมิจึงค่อนข้างสูง แม้แต่ซอฟครีมที่ซื้อมาก็ละลายหายวับในพริบตา

ไปต่อกันที่ถ้ำนารุซาว่า  แม้ข้างนอกจะร้อนระอุแค่ไหน  แค่ข้างในคือเย็นตลอดทั้งปีไม่มีวันละลาย  ก่อนเข้าไปอย่าลืมสวมหมวกด้วยนะ เพื่อความปลอดภัย  เพราะข้างในมีบางช่วงที่แคบมาก ต้องมุดต้องรอดแทบจะคลานเข้าไป  แต่ว่าข้างในถ้ำนั้นอเมซิ่งมากๆ คือเป็นน้ำแข็งจริงๆ เป็นน้ำแข็งมาประมาณหมื่นปีได้  คนสมัยก่อนใช้ที่นี่เป็นตู้เย็น แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้ใช้งานแล้วแต่เปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแทน

ออกจากถ้ำก็ไป shopping  กันต่อที่โกเทมบะ outlet ช่วงก็จะมีโปรโมชั่นซัมเมอร์เซลล์  เข้าร้านนู่นออกร้านนี้ ไม่มีร้านไหนไม่เซลล์ ไม่เห็นใจเงินในกระเป๋ากันบ้างเลย  ที่นี่มีshop หลากหลายแบรนด์หลากหลายยี่ห้อ มีตั้งแต่แบรนด์ชั้นนำไปจนถึงแบรนด์ระดับล่างๆที่ทุกคนก็เอื้อมถึงได้  และก็จบวันนี้อย่างสวยงามด้วยถุง shopping คนละไม้คนมือ ขึ้นรถนอนหลับยาวสบายจนถึงโตเกียว

หมดไปหนึ่งวันแล้วสำหรับการท่องเที่ยว  one day trip ของสองสาวไทย ก็ได้ไปมาหมดครบทุกที่ที่อยากไป  ไม่ผิดหวังจริงๆกับการเลือกใช้ Justavi ในครั้งนี้ ใครที่อยากไปเที่ยวแบบเราจะลอกแพลนเราไปเลยหรือจะให้ Jutavi  วางแผนการเดินทางให้ก็ได้ เพียงแค่แจ้งสถานที่ที่อยากไปให้กับ local driver ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดวันนี้ของเรา 52,190 เยน(ประมาณ17,000บาท) ถูกกว่าแท๊กซี่เจ้า68,560เยน(ในกรณีที่ใช้บริการแท๊กซี่ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับในส่วนของการรับบริการเป็นภาษาอังกฤษ) ที่ให้เพื่อนลองเมล์ไปถามมาให้มากๆ หารกับเพื่อนแล้วคุ้มค่ากับการเดินทางแบบส่วนตัวพร้อมกับ local driver +ไกด์  Justavi เขาทูอินวันจ้าง1ได้ถึง2 ถ้าใครมาเป็นครอบครัวยิ่งตัวหารเยอะก็ยิ่งถูกลงไปอีก

ก็ต้องขอขอบคุณคุณเคนนี่ที่ช่วยแนะนำเรื่องการท่องเที่ยวแต่ละจุดให้เรา  ให้ความรู้สึกเหมือนคุณพ่อพาลูกสาวมาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกแบบนั้นเลย บอกเล่าเรื่องราวต่างๆทั้งวันได้อย่างไม่มีเบื่อ  ตรงจุดนี้เองที่เราคิดว่าถ้าเราจะเดินทางเที่ยวอีกครั้งก็จะใช้บริการ Justavi อีกอย่างแน่นอน เพราะไม่มีการเดินทางแบบไหนจะสะดวกสบายและให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยจาก  driver ได้แบบนี้

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

ถูกใจ แชร์เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

เทศกาลฟูจิชิบะซากุระ(Fuji Shibazakura Festival) ปี 2018 (เริ่ม 14 เม.ย. – 27 พ.ค. 2018)

ดอกคอสมอสเมือง Toyota city

ขับรถจากเกาะหลักโอกินาวาข้ามไปเที่ยวเกาะโคริ (Kouri)

แวะกินครัวซองต์ในตำนาน ที่สถานีรถไฟ Hakata กัน

ซอฟท์ครีมหลบไป… บลูซีล (BLUE SEAL) เท่านั้นที่โอกินาวา

เทศกาลดอกพิงค์มอสที่สวน Hitsujiyama 14 เม.ย.-7 พ.ค.2017

เทศกาลซากุระที่สวนโอคาซาคิเริ่ม 24 มีนาคม 2017 นี้

ศาลเจ้าซานาเกะ (Sanage Shrine) ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี : ความงดงามที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาของเมืองโตโยต้า (Toyota City)

เที่ยวชมบ้านเนบุตะ สถานที่เชื่อมหัวใจของคนและเมืองไว้ด้วยกัน