รวมสามสุดยอดของญี่ปุ่น…ฟูจิซัง ซากุระ และเจดีย์ชูเรโตะ

รวมสามสุดยอดของญี่ปุ่น…ฟูจิซัง ซากุระ และเจดีย์ชูเรโตะ

ที่สุดแห่งองค์ประกอบของประเทศญี่ปุ่นคือ ฟูจิซัง ซากุระ และเจดีย์….และที่นี่ก็เป็นที่เดียวในโลกที่คุณสามารถเก็บทั้ง 3 องค์ประกอบได้ภายในภาพเดียว ที่นี่คือเจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda)

เริ่มการเดินทางไปเจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda) จากสถานีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station) ไปที่สถานี ชิโมะโยชิดะ (Shimoyoshida Station) ซึ่งเป็นสถานีที่เราจะต้องลง แล้วก็เดินไปที่เจดีย์ชูเรโตะต่อค่ะโดยซื้อตั๋วรถไฟได้ในเคาน์เตอร์กดๆ ที่สถานีคาวากูจิโกะ เราเลือกแบบขาไป+ขากลับเลยค่ะ เพราะว่ายังไงเราก็จะต้องมาลงที่สถานีคาวากุจิโกะ เพื่อนั่งรถบัสหรือรถไฟกลับไปยังโตเกียวอยู่แล้วนะคะ

Credit: ผู้เขียน

ระหว่างที่รอเราก็เข้าไปในร้านค้าของสถานี หาอะไรทานรองท้องด้วย Hot-Dog พอหายหิว แต่รู้สึกไม่ค่อยสมกับมาญี่ปุ่นเลย ทำไมไม่ทานข้าวปั้นอะไรก็ว่าไปเนอะ ฮ่าๆๆ

Credit: ผู้เขียน

พอรถไฟมา ก็รีบขึ้นไป หาที่นั่งให้เรียบร้อย

Credit: ผู้เขียน

ลักษณะรถไฟเป็นรถไฟสไตล์เรโทร คือแนวสไตล์โบราณๆ มีที่นั่ง 2 ฝั่งนะคะ แดดส่องฝั่งตรงข้าม เราก็ด้วยความเป็นคนไทยไม่ตากแดดอยู่แล้ว เลยเลือกนั่งอีกฝั่งหนึ่งที่ไม่โดนแดด แป๊บเดียวรถไฟก็ออกตรงเวลาเป๊ะค่ะ

Credit: ผู้เขียน

เดินทาง ไม่กี่นาทีนะคะประมาณ 10 นาทีหรือ 15 นาทีเท่านั้นก็ถึง สถานี Shimoyoshida ค่ะ ลงจากสถานี ก็จะเจอแผนที่การเดิน ไปสู่เจดีย์ชูเรโตะ ลองศึกษาดูแล้วเขาบอกว่าเดิน 20 นาทีนะคะ แต่เราใช้เวลาไปทั้งหมด 30 นาที อาจจะด้วยความที่ขาสั้น แล้วก็แวะถ่ายรูประหว่างทางอะไรด้วยนะคะ ก็เลยถึงช้ากว่าที่ประมาณการไว้

Credit: ผู้เขียน

มาถึงแยกตรงนี้ค่ะก็จะต้องเลือกนะคะ ว่าถ้าเราขับรถมา (หรือเรียกแท็กซี่) ก็ให้เลี้ยวขวาไป แต่ถ้าเราเดินเท้าก็ให้เดินไปทางซ้ายนะคะ ทำไมถึงต้องมีป้ายนี่ไว้เพราะว่าเวลาเราเปิด Google Map บางคนเชื่ออากู๋ คิดว่าเดินตามทางรถได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้นะคะ ก็จะต้องเดินตามทางที่เขาแนะนำไว้แบบนี้ล่ะค่ะ

Credit: ผู้เขียน

ระหว่างเดิน มองไปที่พื้น ก็จะมีรูปเจดีย์ชูเรโตะ พร้อมซากุระ ปูเป็นกระเบื้อง อิฐทางเท้าเป็นระยะๆ

Credit: ผู้เขียน

หลายรูปเลย เป็นเจดีย์ชูเรโตในฤดูกาลต่างๆ หลายๆ มุม ก็ทำให้เรารู้ว่ายังไงเราเดินมาถูกทางแล้วค่ะ เดินตามพื้นหินอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นะคะ จะต้องมีจุดข้ามถนน ข้ามทางรถไฟ ค่อยๆ เดินกันไปค่ะ

สักพักเดียวก็มาถึงข้างหน้าทางขึ้นนะคะ

Credit: ผู้เขียน

มีให้เลือก 2 แบบ คือแบบบันได 398 ขั้น สเต็ปปรกติ

Credit: ผู้เขียน

ก็คือถ้าเรามาแบบวีลแชร์ หรือเดินขึ้นบันไดไม่สะดวก ก็จะมีทางลาดให้ค่ะ

Credit: ผู้เขียน

แต่ว่าทางลาดเนี่ย จะเหมือนอ้อมกว่าเล็กน้อยนะคะ ก็แล้วแต่ถนัดค่ะ แต่เราขอขึ้นบันไดดีกว่า น่าจะถึงเร็วกว่า เพราะจริงๆ แล้วคนสปีดดีๆ ใช้เวลาเดินขึ้นแค่ 2 นาทีเองค่ะ

Credit: ผู้เขียน

ก็เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ นะคะ แต่ระหว่างการขึ้นบันไดก็จะมีจุดให้พัก แล้วก็จะมีเสาประตูใหญ่กลางทาง และมีศาลเจ้าอยู่ตรงประมาณชั้นกลางๆ อย่าลืมหันหลังกลับไปดูวิวอลังการด้วยนะคะ

Credit: ผู้เขียน

แล้วก็เราก็เดินจนถึงเจดีย์สีแดงแจ่ม …. เจดีย์ชูเรโตะ(Chureito Pagoda) แล้ว เย่!!

Credit: ผู้เขียน

แต่เราจะไม่หยุดแค่นี้ค่ะ เพราะเราจะต้องขึ้นไปจนถึงจุดชมวิวที่จะมองลงมาเห็นเจดีย์ชูเรโตะ ดอกซากุระ แล้วก็ฉากหลังเป็นฟูจิซัง

Credit: ผู้เขียน

ตรงนี้สามารถต่อ WiFi ได้นะคะ แต่เราก็ไม่มีเวลาต่อ WiFi เพราะว่าแบตมือถือใกล้หมด เลยไม่รู้ว่าสัญญาณแรงหรือเปล่านะคะต้องขออภัยไว้ด้วยค่ะ

มาถึงเจดีย์ชูเรโตะ(Chureito Pagoda) แล้วค่ะ ชื่อเล่นๆ คือเจดีย์แดง ลักษณะเป็นเจดีย์ห้าชั้นบนเนินเขา ที่สามารถมองเห็นเมืองฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida City) และภูเขาไฟฟูจิในระยะไกลได้อย่างชัดเจนและงดงาม (ต้องมาตอนเช้าจะได้แสงดีแบบนี้ค่ะ)

Credit: ผู้เขียน

จุดที่เรายืนอยู่คือจุดแดงๆ ที่ตั้งของเจดีย์ชูเรย์โตะ… แต่เนื่องด้วยเจดีย์นี้ตั้งอยู่บนศาลเจ้าอาราคุระเซนเกน(Arakura Sengen Shrine) ซึ่งตั้งบนเนินเขา นักท่องเที่ยวจะสามารถชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขาไฟฟูจิ หรือฟูจิซัง ร่วมกับเจดีย์ห้าชั้น โดยเฉพาะในช่วงดอกซากุระบานในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน จะเป็นจุดชมธรรมชาติยอดนิยมเป็นอย่างยิ่ง

Credit: ผู้เขียน

แอบเห็น LIVE Camera นะคะ

Credit: ผู้เขียน

ต้องระวังอย่าไปโดนกล้องตัวนี้เด็ดขาดค่ะ เราแอบเก็บภาพจากมุมกล้องมุมนี้นะคะ จะได้ภาพที่สวยงามเช่นกัน ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งค่ะว่าตรงนี้จะมีคนน้อยหน่อยนะคะ ให้เดินมาริมๆ ของเจดีย์

Credit: ผู้เขียน

สำหรับทางเดินตรงจุดชมวิวตรงนี้ จะเป็นพื้นดินแท้ทรู ถ้าเราจะต้องการไต่ขึ้นมาได้เห็นภาพสวยๆ หรือนั่งพักสักเล็กน้อยนะคะ จะมีเหมือนเป็น ชั้นดินอัฒจันทร์แบบขั้นบันไดเล็กๆ นะคะ สามารถไต่ขึ้นมานั่งชมวิวนั่งพักเหนื่อย ดื่มด่ำบรรยากาศได้ ดังนั้นรองเท้าที่จะต้องใส่ก็คือจะเป็นผ้าใบหรือคัทชูที่สวมใส่สบายนะคะ แล้วก็ไม่มีส้นแหลมเพื่อที่จะได้เดินไปตั้งแต่บันไดชั้นล่างมาจนถึงชั้นบนนี้ได้ค่ะ

Credit: ผู้เขียน

อย่างที่บอกนะคะ แนะนำให้มาตอนเช้า จะได้แสงที่สวยสำหรับการถ่ายภาพ แต่ถ้ามาตอนบ่ายก็จะได้มืดๆ แบบนี้ค่ะ แล้วภาพนี้คือภาพความเป็นจริงนะคะ ว่าคนเยอะ แล้วก็ค่อนข้างแน่นนะคะ จะต้องยืนแย่งกันถ่ายรูปนิดนึงค่ะ แล้วก็เลือกมุมดีๆ เพื่อไม่ให้ติดศีรษะคนนี่ล่ะค่ะ งานยาก

Credit: ผู้เขียน

หลังจากชมเจดีย์ชูเรโตะกับซากุระอิ่มใจแล้ว เราก็เดินมาข้างๆ จุดชมวิวหรือ Observation Deck ที่มีสวยอลังการลืมหายใจ

Credit: ผู้เขียน

บริเวณจุดชมวิวนี้ จะเป็นสวนซากุระจำนวนถึง 650 ต้นจะพร้อมใจกันเบ่งบานและสามารถมองเห็นวิวสุดลูกหูลูกตาของเมืองฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida City) ได้ชัดเจนอีกด้วย รีวิวไว้ตามลิงค์ค่ะ

Credit: ผู้เขียน

หลังจากอื่มจากชมวิวแล้ว ก็เดินลงทางเดิม ระวังลื่นนะคะ

แล้วก็ระวังลิงด้วยค่ะ (แต่เราไม่เจอเลยสักตัวค่ะตอนไป)
โดยที่ตอนลง เราได้แวะสัการะศาลเจ้าอาราคุระเซนเกน (Arakura Sengen Shrine)

Credit: ผู้เขียน

จะมีอาหาร-เครื่องดื่มขายให้รับประทาน นะคะ

Credit: ผู้เขียน

วันที่เราไปเนื่องจากเป็นเทศกาลชมซากุระ คนค่อนข้างเยอะค่ะ เจอคนไทยอยู่หลายคน ทักทายกันอบอุ่นดีค่ะ

Credit: ผู้เขียน

เข้าห้องน้ำได้ตรงจุดนี้ค่ะ

Credit: ผู้เขียน

ขึ้นรถไฟกลับที่สถานี Shimoyoshida เหมือนเดิมนะคะ ที่สถานีมีร้านกาแฟและอาหารเบาๆ รวมถึงของที่ระลึกก็มีจำหน่ายด้วยก็แวะเข้าไปได้ เคยเขียนรีวิวไว้ตามลิงค์นี้ค่ะ

เจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda)

ที่ตั้ง: 3360−1 Arakura, Fujiyoshida City, Yamanashi 403-0011

การเดินทาง: สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดชิโมโยชิดะ ถ้าขับรถมาสามารถจอดไว้ได้ที่ทางขึ้น เจดีย์ค่ะ

ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้าชมเจดีย์ชูเรโตะฟรีนะคะ


เว็บไซต์:

แผนที่:

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

About the author

riangsupod-profile_pic_image

RiangSupod

ดูบทความผู้เขียน

เลขาสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรมญี่ปุ่น จบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์-ปริญญาโทรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เคยอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และได้เดินทางไปทำงานและไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ ทำให้มีเพื่อนทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย
ปัจจุบันเป็นเลขานุการผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง

ถูกใจ แชร์เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

อิ่มท้องที่ Cup Men –Iciba” : ตู้กดคัพนู้ดเดิ้ล

ร้านอากิฮาบาระแหล่งละลายเงินเยนก่อนบินกลับไทย

Unseen Japan: Obara Shikizakura : 小原四季桜 ซากุระบานพร้อมใบไม้แดง…แบบนี้ก็ได้หรอ จริงดิ?

เทศกาลดอกบัว “Joetsu Lotus Festival 2017” ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2017

ทัศนียภาพบนหน้าผาสูงชัน ที่ยามาเดระ!

สาวกมูมินห้ามพลาด มูมินธีมพาร์ค เปิดแน่ปีหน้า!!

สัมผัสประสบการณ์นั่งเกวียนควายไปยังเกาะยูบุที่โอกินาว่า

Tulip Festival 2017 ทิวลิปบานแล้วที่สวนนาบานะ โนะ ซาโต้ (Nabana no sato)

Diamond Fuji: ปรากฏการณ์พระอาทิตย์เคลื่อนผ่านยอดภูเขาฟูจิ