ตู้ฝากกระเป๋า (Coin Locker) สิ่งจำเป็นถ้าเที่ยวโดยรถไฟในญี่ปุ่น

ตู้ฝากกระเป๋า (Coin Locker) สิ่งจำเป็นถ้าเที่ยวโดยรถไฟในญี่ปุ่น

Credit: ผู้เขียน

ตอนเราเดินผ่านตู้ล็อคเกอร์ตามสถานีรถไฟใหญ่ๆ ในโตเกียวก็นึกในใจว่า “มันจะมีประโยชน์อย่างไร” และ “ทำไมต้องมีเอาไว้เยอะแยะ” ในเมื่อเราก็พักโรงแรมกันอยู่แล้ว ก็ทิ้งไว้ที่โรงแรมหรือฝากไว้ที่โรงแรมก็ได้นี่นา แต่พอถึงวันเดินทางกลับเราจึงเพิ่งเห็นคุณค่าของตู้ล็อคเกอร์แบบนี้เอง อย่างในกรณีที่ต้องบินกลับไฟลท์เย็น พอเช็คเอ้าท์เที่ยงแล้วเราก็อยากไปเที่ยวต่อกันใช่มั้ยคะ คราวนี้กระเป๋าก็กลายมาเป็นอุปสรรคแล้วล่ะ จะให้แบกไปไหนมาไหนด้วยก็ลำบาก หลังจะพิการเอา หรือจะฝากไว้ที่โรงแรมก็ต้องย้อนมาอีกเสียเวลา ถ้าจะไปเที่ยวต่างเมืองไกลๆ ก็ไม่อยากแบกทุกสิ่งติดตัวไปด้วยตลอด เราก็เลยฝากของไว้ในล็อคเกอร์แบบนี้แหละค่ะ สบายกายสบายใจที่สุด

Credit: ผู้เขียน

ย้ำเลยว่า สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางโดยรถไฟ (พวกเช่ารถขับเที่ยวเองก็คงไม่มีปัญหา ยัดๆ ใส่รถได้) ตู้ล็อคเกอร์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เลยค่ะ ส่วนใหญ่จะมีอยู่ทุกสถานีรถไฟนะ

Credit: ผู้เขียน

ขนาดของตู้โดยทั่วไปก็จะเป็นไซส์เล็ก กลาง และใหญ่

Credit: ผู้เขียน

ขนาดเล็ก ราคา 300 เยน

Credit: ผู้เขียน

ขนาดกลางๆ ราคา 500 เยน

Credit: ผู้เขียน

ขนาดใหญ่ ราคา 700 เยน

Credit: ผู้เขียน

มีวิธีการใช้บอกไว้ ดูเข้าใจง่ายค่ะ คือ 1.นำกระเป๋าใส่เข้าไป 2. หยอดเหรียญตามราคา 3.ดึงกุญแจออก ฝากได้จนถึงเที่ยงคืนของวันที่ฝาก (ไม่ใช่ 24 ชม. นะคะ)

Credit: ผู้เขียน

ถ้าเลยกำหนดเวลาก็จะต้องเสียเงินอีกเท่าตัวเลย แล้วก็ฝากไว้ได้ไม่เกิน 3 วันค่ะ

Credit: ผู้เขียน

จะจ่ายผ่านบัตร PASMO หรือ SUICA ก็ได้ค่ะ

Credit: ผู้เขียน

บางแห่งจะเป็นตู้มีหน้าจอทันสมัย บอกว่าเรากำลังจะเช่าตู้ไหน จ่ายได้ทั้งบัตรทั้งหยอดเหรียญ ถ้าไม่มีเหรียญก็จะมีที่แลกเหรียญไว้ให้โดยใส่แบงค์พันเยนเข้าไปก็จะได้เหรียญออกมาค่ะ

Credit: ผู้เขียน

ตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญบางสถานีรถไฟ เช่น สถานีอุเอะโนะ เป็นสถานีที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ ตู้จะเต็มเร็วโดยเฉพาะตู้ขนาดใหญ่ไซส์กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ดังนั้นเผื่อใจและเผื่อแผนสำรองไว้ด้วยนะคะ ถ้าเจอตู้ว่างตรงจุดไหนแล้วก็รีบฝากกระเป๋าไว้เลยดีที่สุด อย่าหวังน้ำบ่อหน้าค่ะ

Credit: ผู้เขียน

ตู้ล็อคเกอร์ที่มีกุญแจห้อยก็คือตู้ที่ว่าง

Credit: ผู้เขียน

วิธีการฝากกระเป๋าในตู้ล้อคเกอร์ เริ่มจากเราหาตู้ว่างได้ตามขนาดกระเป๋าที่ใส่เข้าไปได้ อย่างกระเป๋าเป้ใส่กล้องและเลนส์แบบนี้ขนาดพอดีกับตู้ไซส์เล็กสุด 300 เยนก็พอค่ะ

Credit: ผู้เขียน

แล้วก็แค่เอาเหรียญหยอด (ตู้ทั่วไปใช้เหรียญ 100 เยนเท่านั้น แต่ก็มีบางตู้ที่สามารถหยอดเหรียญ 500 เยนได้ด้วยค่ะ)

Credit: ผู้เขียน

หยอดไปให้ครบ

Credit: ผู้เขียน

ครบแล้วค่ะ 300 เยน หยอดเหรียญ 100 เยนไป 3 เหรียญ

Credit: ผู้เขียน

ดึงกุญแจออกค่ะ เก็บเข้ากระเป๋าอย่างดีใส่ช่องลับในเสื้อหรือกางเกงไว้เลยนะคะ ห้ามหายเด็ดขาด หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะคะ

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

About the author

riangsupod-profile_pic_image

RiangSupod

ดูบทความผู้เขียน

เลขาสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรมญี่ปุ่น จบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์-ปริญญาโทรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เคยอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และได้เดินทางไปทำงานและไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ ทำให้มีเพื่อนทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย
ปัจจุบันเป็นเลขานุการผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง

ถูกใจ แชร์เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

จากสนามบิน Chubu Centrair เข้าสู่ตัวเมืองนาโกย่าโดยรถไฟ Meitetsu

การกลับมาของทามาก็อตจิ ในยุค2016

มารู้จักกับ Piko-Taro เจ้าของเพลง Pen Pineapple Apple Pen

Aritayaki ถ้วยชามดินเผาเรียบหรูมีสไตล์ ของบริษัท ‘KIHARA

The Sun Society Hyaluronic acid ขึ้นสู่อันดับ 1 ใน COSME JAPAN

Cezanne UV Liquid Foundation R: สำหรับสาวชอบกันแดดเนื้อบางเบา

อยู่บ้านก็ทำไอศครีมทานเองได้ด้วยเครื่องทำไอศครีม Rilakkuma สุดน่ารัก

ร้าน “100 yen can do” สาขาอากิฮาบาระ

กระดิ่งลม สัญลักษณ์แห่งฤดูร้อน