ไปเที่ยวฟูจิแบบเช้าเย็นกลับด้วยวิธีไหนดี?

ไปเที่ยวฟูจิแบบเช้าเย็นกลับด้วยวิธีไหนดี?

มีแพลนจะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นทั้งที  เราจะต้องไม่พลาดภูเขาไฟฟูจิ เพราะเดือนกรกฎาคมของทุกปีเป็นเดือนแรกที่เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปชมวิวได้ถึงยอดภูเขาไฟนั่นเอง  แต่สาวไทยตัวเล็กแบบเราคงไม่ลุยขนาดนั้น เอาแค่ไปถึง Mt.Fuji 5th Station หรือฟูจิชั้น 5 ก็พอ สถานที่ที่เราอยากไปรอบนี้มีทั้งลาเวนเดอร์ริมทะเลสาบคาวากุจิโกะ  ถ้ำน้ำแข็งนารุซาว่า โกเทมบะ outlet ซึ่งเรามาเที่ยวญี่ปุ่นรอบนี้ก็อยากจะเก็บสถานที่ที่อยากไปให้ครบ โดยจัดเป็น one day trip เที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับออกสตาร์ทที่โตเกียว  และคราวนี้เรากับเพื่อนพักโรงแรมแถวสถานีชินจูกุก็เลยลองค้นหาวิธีการเดินทางจากสถานีชินจูกุดู

เราสามารถเดินทางได้ 4รูปแบบ  ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง(รถบัส)  บัสทัวร์ รถแท๊กซี่(เหมา) และ “Justavi”  เลยลองเอาทั้ง 4 วิธีมาเปรียบเทียบกันดู

แบบที่ 1

คือการเดินทางด้วยรถบัส  จากที่ลองค้นดูพบว่ามีรถบัสไปฟูจิชั้น5  อยู่หลายบริษัทด้วยกัน หลักๆคือเดินทางประมาณ 2ชั่วโมง25นาที  กับค่าโดยสารประมาณ 2,700 เยน จากตารางเวลาเดินรถถ้าขึ้นรอบเช้าสุด  6.45 จากชินจูกุ จะไปถึง ฟูจิชั้น 5 ประมาณ 9.20 แต่พอลองดูตารางรถบัสขากลับก็พบว่ามีรอบที่เป็นไปได้มากที่สุดที่จะลงจากฟูจิชั้น 5  มาที่สถานีคาวากุจิโกะคือรอบ 11.40 (https://www.japan-guide.com/bus/fuji.html)และกว่าจะถึงสถานีคาวากุจิโกะก็  12.25 ซึ่งก็เป็นเวลาทานอาหารกลางวัน  กว่าจะกินข้าว กว่าจะเดินทางไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ต่อก็หมดวันพอดี  ย้อนไปย้อนมามากมาย เพราะถ้าไม่กลับมาที่สถานีคาวากุจิโกะก็จะไม่สามารถเดินทางไปไหนต่อได้  ซึ่งยังไม่ทันได้ไปถ้ำน้ำแข็งกับoutletเลย เกิดไปไม่ทันรถเที่ยวที่จะขึ้นก็ต้องรอรอบต่อไปซึ่งก็จะเสียเวลาไปอีก  ราคาถูกก็จริงแต่ก็เสียเวลามาก เป็นไปได้ยากที่จะไปให้ครบทุกที่ภายใน 1วัน ฉะนั้นเราตัดตัวเลือกรถบัสไปเลย

แบบที่ 2

ตัวเลือกต่อมาคือไปบัสทัวร์  ซึ่งพอลองค้นหาดูก็เจอแต่บัสทัวร์ที่กำหนดไว้หมดแล้วทั้งสถานที่ที่จะไป  อาหารที่จะกิน แค่นี้ไม่พอเรายังไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปเจอกับนักท่องเที่ยวชาติไหนอีก  ค่าบริการต่อคนราคาถูกก็จริงแต่ว่าไม่สามารถไปที่ที่เราอยากไปได้ทั้งหมด เป็นอันว่าบัสทัวร์ถูกตัดออกจากตัวเลือกไปอย่างง่ายดาย

แบบที่ 3

ต่อมาตัวเลือกที่สามคือเดินทางด้วยรถแท็กซี่  ถ้าพูดถึงแท็กซี่เรียกได้ว่าไม่ว่าประเทศไหนๆก็ต้องกังวลกับค่าบริการเป็นอันดับแรก  ประเทศญี่ปุ่นเองก็เช่นกัน แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังไม่ค่อยมีใครใช้บริการถ้าไม่จำเป็นจริงๆอย่างเช่น  ตกรถไฟ รถไฟหมดกลับบ้านไม่ทัน คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะนั่งรถไฟไปให้ใกล้บ้านที่สุดแล้วจึงต่อแท็กซี่กลับบ้าน  แต่ถ้าเราลองใช้บริการรถแท็กซี่ในระยะทางไกลจะเป็นอย่างไร? อย่างแรกเราลองค้นหาผู้ให้บริการแท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่นที่มีการให้บริการด้วยภาษาอังกฤษ  เสร็จแล้วลองกรอกจุดหมายปลายทางที่เราต้องการไป ผลลัพท์ที่ได้คือค่าโดยสารที่แพงมากๆ 45,420เยนไปถึงแค่ฟูจิ นี่ยังไม่รวมจุดหมายปลายทางอื่นที่เราต้องการไปด้วยซ้ำ  แพงโหดขนาดที่ว่าเราเอาเงินไปซื้อของใน outlet ได้สบายๆเลย ทีนี้เราเลยลองดูบริษัทอื่นๆดูบ้างเผื่อว่าจะเจอตัวเลือกที่ดีกว่า ก็เลยไหว้วานให้เพื่อนผู้รู้ภาษาญี่ปุ่นเมล์ไปถามให้  ปรากฏว่าแพงกว่าที่คาดคิดไว้มาก คือขนาดว่าหารกับเพื่อนร่วมทริปก็ยังแพงกว่าหลายเท่าตัวมาก ในเมล์ที่เพื่อน screen shot มาให้คือ ราคาประมาณ 70,000 เยน ไม่อยากจะให้คิดเป็นเงินไทยเลย  คือเค้าพาเราไปยังสถานที่ที่เรากำหนดก็จริงแต่ราคานั้นไม่เป็นมิตรเอาซะเลย เป็นอันว่าแท๊กซี่ก็ตัดออกจากตัวเลือกไปโดยไม่ต้องคิดอะไรต่อให้มาก

แบบที่ 4

เว็ปไซต์ Justavi : https://www.justavi.com/index.php?lang=en

“Justavi”  คือบริการการเดินทางรูปแบบใหม่ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการด้วย  local driver โดยคุณสามารถ custom made trip ด้วยตัวของคุณเอง เจอแบบนี้แล้วถูกใจสาวไทยอย่างเรามาก  เพราะสามารถกำหนดสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปด้วยตัวเอง กำหนดเวลาหรือเปลี่ยนแปลงเวลาได้อย่างไม่จำกัด มี  local driver ส่วนตัวที่สามารถเช็กประวัติได้บนเว็ปไซต์ แถมราคายังถูกกว่าแท๊กซี่มากๆ เพราะว่ามีแค่ค่าบริการรวมๆแล้วประมาณ 32,000  เยน (ค่าบริการ Justavi กับค่าเช่ารถ) ดังนั้นตัวเลือกที่ใช่ที่สุดสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ของเราคือ Justavi

การบริการของ  Justavi คือเราเป็นผู้กำหนดการเดินทางด้วยตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่จะไป รถที่จะใช้ ส่วน Justavi  จะเตรียม local driver ที่เราได้เลือกไว้ล่วงหน้าไว้คอยให้บริการในวันเดินทาง  ค่าใช้จ่ายก็เลยจะมีเพียงแค่ค่าบริการ local driver ของ Justavi กับค่าบริการรถเช่าที่เราเป็นคนจัดการด้วยตัวเอง  บทความต่อไปเราจะมาอธิบายเกี่ยวกับการใช้บริการ Justavi อย่างละเอียดให้ฟัง

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

ถูกใจ แชร์เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

สวนริทสึริน (Ritsurin Garden): สวนไดเมียวที่ “Michelin Green Guide Japan” มอบให้ระดับ 3 ดาว

เทศกาลดอกคำฝอยเมืองยามากาตะ

ซัมเมอร์นี้ เตรียมตัวเดินทางไปกับ “รถไฟปิกาจู” ขบวนใหม่สายตะวันออกเฉียงเหนือกัน

บาร์บาปาป้าคาเฟ่ออกสินค้าใหม่มีขายที่ญี่ปุ่นเท่านั้น

Book Off Super Bazaar สาขาโอมิยะ (Omiya) ในห้าง Stellar Town ที่ไซตามะ (Saitama) แหล่งของมือสองที่ใหญ่สุดๆ

เดินทอดน่อง ท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่ Kamikochi กันเต๊อะ

ต้นซากุระยักษ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทำจากตัวต่อ LEGO กว่า 880,000 ชิ้น

ไปทักทายเจ้าโทโทโร่ที่ร้านDonguri Garden ในโอเอซิส 21

นั่งเรือ กินหอยนางรมหม้อไฟ ที่มัตสึชิม่า (Matsushima)