How to : นั่งบัส KEIO Highway Express ชิบุย่า ↔ คาวากุจิโกะ

How to : นั่งบัส KEIO Highway Express ชิบุย่า ↔ คาวากุจิโกะ

Credit: ผู้เขียน

รีวิววิธีการนั่งรถบัส KEIO Highway Express จากชิบูย่า (Shibuya) ไปคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้ซื้อตั๋ว JR Pass หรือตั๋วรถไฟแบบเหมาทั้งหลายนะคะ วันนี้จะมาขอรีวิวและแนะนำวิธีการเดินทางไปชมภูเขาไฟฟูจิรอบๆ ทะเลสาปคาวากูจิโกะกันค่ะ

ต้องบอกว่าฟังดูแปลกๆ ใช่มั้ยคะ (ไม่ค่อยมีใครไปแบบนี้ แต่จะบอกว่ามันง่ายและสะดวกมากๆ) จากย่านชิบูย่า ห้าแยกวุ่นวายนี่แหละ ไปสู่ความสงบและธรรมชาติที่คาวากูจิโกะกัน ในราคาเพียงแค่ คนละ 1,800 เยน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็พอๆ กับการโดยสารด้วยรถไฟนะคะ (รวมเวลาเดินเปลี่ยนสายรถไฟ) การเดินทางด้วยรถบัสข้อดีก็คือไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถให้วุ่นวายค่ะ นั่งชิลๆ ยาวไปก็ถึงแล้ว แต่ถ้ารถติดอาจจะใช้เวลามากกว่านี้ค่ะ

วันนี้เราจะมารีวิวการขึ้นรถไฟจากสถานีชิบูย่าไปทะเลสาบคาวากูจิโกะแบบละเอียดนะคะ ก่อนอื่นมาจองตั๋วกันเลย เข้าไปที่เว็บไซต์ เลือกภาษาไทยได้ด้วยนะคะ กดไปที่มุมขวาเห็นคำว่า Language เลือกเป็นภาษาไทยค่ะ สะดวกมากเลย ตามลิงค์นี้ก็ได้ค่ะ

และให้เลือกว่าจะเดินทางไปจากชิบูย่าสู่จุดหมายปลายทางของเราก็คือทะเลสาบคาวากูจิโกะค่ะกดจองได้เลย (ถ้าจะจองขากลับด้วยก็ทำในลักษณะเดียวกัน)

Credit: ผู้เขียน

สิ่งที่ต้องใช้คือ บัตรเครดิต สำหรับจ่ายเงิน ในราคาเที่ยวละ 1,800 เยน/ คน เราจอง 2 ที่นั่ง รวมเป็น 3,600 เยน และเมื่อจองแล้วให้ Print out ออกมาเป็นกระดาษ ย้ำนะคะ! อัพเดทล่าสุด ถ้าจองตั๋วผ่าน Website จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ให้ปริ้นด้วยกระดาษ A4 ที่บ้านหรือที่ทำงาน (ก็ได้ ฮ่าๆๆ) แล้วถือสะบัด ชูให้กระดาษปลิวสวยๆ มาขึ้นรถบัสที่สถานีรถบัส KEIO Highway Express อาคาร Mark City ชิบูย่าได้เลยค่ะ

Credit: ผู้เขียน

จุดที่ขึ้นรถบัส KEIO Highway Express คือตึก Shibuya Mark City นะคะ ถามว่าอยู่ตรงไหน ง่ายๆ ก็คือออกจากสถานีชิบูย่านะคะ ให้เดินไปทิศหลังรูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ เป็นตึกที่เชื่อมจากสถานีรถไฟค่ะ ชื่อตึก Mark City แต่ถ้าเกิดเดินมาจากย่านช็อปปิ้งในชิบูย่านะคะ ก็จะเข้ามาทางเข้าข้างๆ ได้เลย

Credit: ผู้เขียน

ทางเข้าข้างๆ จะประดับเป็นกระจกเหลี่ยมๆ ทางเดินสโลปๆ มองแล้วเวียนหัวกันนิดนึงค่ะ

เมื่อได้เข้าไปในตึก Mark City นะคะ ให้หาทางขึ้นไปที่ชั้น 5 โดยจะขึ้นลิฟท์แล้วก็ต่อบันไดเลื่อน หรือจะขึ้นบันไดเลื่อนมาเรื่อยๆ เลยก็ได้ค่ะ เมื่อเดินออกมาให้ถามเจ้าหน้าที่หรือเดินตามทางที่ชี้ไปจุดขึ้นรถบัส KEIO Highway Express นะคะ

Credit: ผู้เขียน

ประตูทางออกจากอาคารเป็นแบบนี้ เราจะต้องออกมาที่ Outdoor โล่งๆ แบบนี้

Credit: ผู้เขียน

ตามลูกศรไปค่ะ

Credit: ผู้เขียน

ผังอาคาร

Credit: ผู้เขียน

เราเดินไปที่นั่งรอรถบัส KEIO Highway Express กันค่ะ

Credit: ผู้เขียน

เห็นห้องกระจกแล้ว ห้องนี้ค่ะที่เราจะมานั่งรอรถบัส KEIO Highway Express ไปคาวากุจิโกะกัน

Credit: ผู้เขียน

บริเวณข้างหน้าห้องพักรอขึ้นบัส KEIO Highway Express ก็จะมีตู้กดน้ำดื่ม

Credit: ผู้เขียน

และตู้ล็อคเกอร์แบบหยอดเหรียญหรือเรียกว่า Coin Locker นะคะ

Credit: ผู้เขียน

เข้ามารอรถบัสดีกว่า มาครั้งแรก เผื่อเวลาหน่อย เมื่อมาถึง เราก็หยิบกระดาษจองออกมา ให้เจ้าหน้าที่ตรงหน้าประตูดูก่อนนะคะ

Credit: ผู้เขียน

ชัวร์แน่นอน สบายใจว่าถูกต้อง เราสามารถขึ้นได้ เขาก็บอกว่ารอให้นั่งรอเวลารถบัสออก

Credit: ผู้เขียน

บรรยากาศภายในห้องพักรอรถบัส KEIO Highway Express

Credit: ผู้เขียน

จะมีจอขึ้นเป็นตารางเวลารถออกค่ะ สำหรับเรา ออกจากชิบูย่าเวลา 14.10 น. ไป Kawaguchiko ป้ายแรกคือ Fuji Q Highland ให้เราขึ้นที่ป้ายรถหมายเลข 91 (มีอยู่แค่สองป้ายค่ะตรงนี้ ป้ายหลังนั่นเอง)

Credit: ผู้เขียน

ระหว่างที่นั่งรอ ก็สามารถเปลี่ยนชุด แต่งหน้า หวีผม ได้ตามสะดวก

Credit: ผู้เขียน

มีห้อง Dressing Room หรือห้องแต่งตัวนะคะ เป็นห้องขนาดเล็กๆ แต่ไม่มีห้องน้ำค่ะ

Credit: ผู้เขียน

ถ้าต้องการเข้าห้องน้ำต้องเดินข้ามกลับไปยังภายในตัวอาคารอีกทีนะคะ (ตามป้ายบอกทาง) เพราะฉะนั้น ให้เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินข้ามมายังห้องพักจุดขึ้นรถค่ะ จะได้ไม่ต้องเดินไปมาให้เหนื่อยเมื่อยล้านะคะ

Credit: ผู้เขียน

เมื่อได้เวลาแล้ว เจ้าหน้าที่ตรงประตูก็จะบอกให้ขึ้นรถได้ จับคำได้ว่า Kawaguchiko ก็เดินออกไปขึ้นรถบัสกันเลย ป้ายหมายเลข 91 (ป้ายข้างหน้ารถบัสสีส้มไปสนามบินนะจ๊ะ) เราไปคันแดง

Credit: ผู้เขียน

รถบัสลักษณะสีแดงขาวอย่างนี้นะคะ

Credit: ผู้เขียน

เดินไปขึ้นรถบัส ก็แอบมองวิวชิบูย่าผ่านลูกกรงจากชั้น 5 ก่อน

Credit: ผู้เขียน

เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วก่อนขึ้นรถ (ก็คือกระดาษที่เราปริ้นท์มาแล้วนั่นแหละค่ะ ไม่ต้องออกตั๋วอะไรใหม่เลย) จะยืนเช็คตรงประตูรถบัสเลยค่ะ ขอดูกระดาษที่เราถือมา สำคัญมากนะคะ ต้องปริ้นใบนี้ออกมา จะโหลดอยู่ในมือถือไม่ได้นะคะ ตอนจองจะมีกฎกติกาเขียนไว้เลยค่ะ ว่าต้องปริ้นเอาออกมาค่ะ (ย้ำหลายรอบ กลัวเพื่อนๆ ลืม) และเก็บไว้ก่อนตอนลงต้องให้เจ้าหน้าที่ดูอีกที (แล้วแต่นะคะ บางทีก็ไม่ขอดูค่ะ)

Credit: ผู้เขียน

ภายในรถบัสโดยสารค่อนข้างกว้างและสบายค่ะ สุดทางเดินเป็นห้องน้

Credit: ผู้เขียน

มีแถวที่นั่งสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะด้วยค่ะ

Credit: ผู้เขียน

ชั้นวางกระเป๋าด้านบน เราใช้เป้สะพายหลังก็วางได้พอดี สะดวก วางบนชั้นได้เลย (ขากลับช้อปปิ้งของเพิ่มมาอีกถุงสองถุงก็วางได้ค่ะ)

Credit: ผู้เขียน

เราได้นั่งข้างหน้า หลังคนขับเลยจ้า…แบบว่ารู้สึกงงๆ วันที่เดินทางไม่มีคนเลย ทั้งคันรถมีทั้งหมด 4 คน รวมคนขับไปด้วยเป็น 5 คนค่ะ เรากับเพื่อนนั่งข้างหน้าแล้วก็มีคนญี่ปุ่นอีก 2 คนนั่งข้างหลัง

Credit: ผู้เขียน

เบาะที่นั่งกว้าง ขาเราไม่ชนนะคะ เอนนอนได้ด้วย มีคู่มือความปลอดภัย และถุงพลาสติกเหน็บไว้เผื่อต้องใช้เวลาเมารถ

Credit: ผู้เขียน

ถาดวางอาหาร-แก้วน้ำ

Credit: ผู้เขียน

รถออกตรงเวลาเป๊ะ 14.10 น. พอดีเลยนะคะ

Credit: ผู้เขียน

วนรถกลับเพื่อลงไปข้างล่าง

Credit: ผู้เขียน

เมื่อลงจากตึก Mark City แล้ว ขึ้นไฮเวย์ไปยังคาวากูจิโกะเลยค่ะ

Credit: ผู้เขียน

นั่งไปเพลินๆ นะคะ ประมาณ 2 ชั่วโมง ผ่านวิวธรรมชาติ ชนบท ทะลุภูเขา เข้าอุโมงค์

Credit: ผู้เขียน

ว้าว…เห็นคุณฟูจิซังแล้ว ลิบๆ

Credit: ผู้เขียน

เริ่มถึงป้ายแรกลงที่ Fuji Q Highland และก็มีป้ายอื่นๆ อีก 2-3 ป้ายค่ะ

Credit: ผู้เขียน

มีอยู่ป้ายรถนึง (ในภาพ) เห็นเป็นเหมือนโรงเรียนก็เลยถามคนขับรถบัส เจ้าหน้าที่คนขับก็บอกว่าเป็นเหมือนโรงเรียนเตรียมทหารค่ะ ถือว่าวิวดีสุดๆ ฝึกทหารไปด้วยชมวิวฟูจิซังไปด้วย

Credit: ผู้เขียน

นั่งรถบัสตอนบ่าย ฝั่งซ้ายโดนแดดนะคะ ใครกลัวดำให้นั่งฝั่งเราคือฝั่งขวา

Credit: ผู้เขียน

และสุดท้าย เดินทางมาครบ 2 ชม. 30 นาที ก็จะสิ้นสุดที่คาวากุจิโกะ “Kawaguchiko Station” ค่ะ ถามว่านานมั้ย ไม่นานเลย แต่ภายในรถไม่มี WiFi นะคะก็ไม่สามารถเล่นโทรศัพท์ได้ ก็จะได้แต่นั่งหลับ แล้วก็ดูวิว ดูรูปไปเพลินๆ แป๊บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ (เราซื้อซิมโทรศัพท์ที่สามารถเล่นเน็ตไปด้วยได้ ก็กดโทรศัพท์เล่นเป็นเพื่อนแป๊บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ) สองชั่วโมงกว่าๆ

Credit: ผู้เขียน

เราก็ถึงสถานีคาวากุจิโกะกันแล้ว จะไปเที่ยวไหนต่อก็ต่อรถไฟ/แท็กซี่/รถโรงแรมมารับกันต่อเลยค่ะ สำหรับขากลับนะคะ หากประสงค์จะนั่งรถบัสกลับที่เดิมคือ คาวากุจิโกะ ↔ ชิบุย่า เราแนะนำให้จองตั๋วจากเว็บไซต์มาเลยและปริ้นท์ตั๋วเก็บไว้ในกระเป๋าช่องที่ปลอดภัยที่สุด อย่าลืมเอามาด้วยนะคะ เดินมาขึ้นรถบัสป้าย No.2 ตรงที่ลงรถบัสตอนขามานั่นแหละค่ะ แต่รถบัสหน้าตาอาจจะเปลี่ยนไป ไม่เป็นไร…ยื่นกระดาษให้ขึ้นได้เลยค่ะ ลงรถจุดเดิมที่อาคาร Mark City ชิบุย่า ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้ซื้อตั๋วรถบัสหน้าป้ายคาวากุจิโกะนะคะ เพราะอาจจะเต็มได้ ตอนที่เราไปมีกลุ่มคนไทยไปกันประมาณ 8 คน ยืนบ่นกันใหญ่ว่ารถบัสเต็ม ต้องแก้ปัญหากัน เครียดเลยค่ะ หากเพื่อนๆ ต้องการข้อมูลรายละเอียดการเดินทางด้วยรถบัส เพิ่มเติมให้เข้าไปที่

เว็บไซต์ภาษาไทย:

แผนที่อาคาร Mark City:

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

About the author

riangsupod-profile_pic_image

RiangSupod

ดูบทความผู้เขียน

เลขาสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรมญี่ปุ่น จบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์-ปริญญาโทรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เคยอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และได้เดินทางไปทำงานและไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ ทำให้มีเพื่อนทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย
ปัจจุบันเป็นเลขานุการผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง

ถูกใจ แชร์เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทีมกาแฟห้ามพลาด… “WOODWORK Welcome COFFEE” ย่านอุเอะโนะ

ร้านชานม CHAYAM ผู้เชี่ยวชาญด้านความอร่อยมาเปิดตัวในญี่ปุ่นที่ Shin-Okubo แล้ว

“Moon and Pasta” ร้านพิซซ่าอร่อยบนห้าง EKIMISE ASAKUSA

หาทานเมนูหมูป่ากลางเมืองหลวง! แนะนำ 5 ร้านในโตเกียวที่หาทานอาหารเนื้อสัตว์ล่าได้

แนะนำพิพิธภัณฑ์ศิลปะใกล้สนามบิน “พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮาระ”

“Caretta Shiodome Winter Illumination 2018–2019” : งานประดับไฟแสนสวยเทพนิยายดิสนีย์สุดอลังการ

ใหม่! สตูดิโอ Ghibli จัดนิทรรศการอาหารที่ปรากฎในอนิเมชั่นชื่อดังดึงความทรงจำแสนอบอุ่นอีกครั้ง

รักหมดใจ เทให้เลยกับ “แหวน” สไตล์เก๋ไก๋สะดุดตา ไม่มีใครเหมือน ลบภาพดีไซน์เก่าๆ ไปได้เลย

อยากทานของหวานแบบไม่รู้สึกผิดมากนักมาที่ Cosmic Girl Café เลย! ทุกอย่างออร์แกนิก