ส่อง MUJI: “สินค้าคุณภาพ ไม่มียี่ห้อ” ที่สาขาในนาโกย่า

ส่อง MUJI: “สินค้าคุณภาพ ไม่มียี่ห้อ” ที่สาขาในนาโกย่า

ก่อนที่จะพาไปส่องร้าน MUJI (มูจิ) ในประเทศญี่ปุ่น ดินแดนต้นกำเนิดของร้านที่ขายสินค้าคุณภาพดีหลากหลายชนิดตั้งแต่เครื่องเขียน สินค้าในครัวเรือน จนไปถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและอาหาร เรามารู้จักความเป็นมากันค่ะ…

“Mujirushi Ryohin” หรือ MUJI ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “สินค้าคุณภาพ ไม่มียี่ห้อ” หมายถึงการคัดสรรคุณภาพที่ดีและเรียบง่าย เน้นความใกล้ชิดธรรมชาติ โดยไม่ยึดติดกับยี่ห้อประมาณนี้ค่ะ …โดย MUJI ก่อตั้งขึ้นที่ญี่ปุ่นในปี 1980 อายุอานามก็ 38 ปีเข้าไปแล้ว

“เป็นที่ทราบกันดีว่าไม่มีแบรนด์ใดเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่มีผู้ใดสร้างธรรมชาติขึ้นมา หากแต่เป็นดอกผลของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ซึ่งโอบล้อมทุกสรรพสิ่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสร้างสรรค์ชีวิตเหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้น…” MUJI ได้ยึดเอาโลกแห่งธรรมชาติเป็นต้นแบบอย่างเคร่งครัด เริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ 40 รายการจนก้าวสู่ 7,000 รายการในปัจจุบัน

MUJI ยึดหลักสามประการ ซึ่งยังคงใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้คือ
1. การคัดสรรวัตถุดิบ
2. การปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ
3. การทำบรรจุภัณฑ์ให้มีความเรียบง่าย

สะท้อนถึงแก่นแท้ของผลิตภัณฑ์ MUJI คือความเรียบง่าย มีประโยชน์หลากหลาย และความพอเพียง ที่สามารถเข้ากับการใช้ชีวิตของทุกคนได้

ภายใต้เจตนารมณ์ที่ต้องการควบคุมปริมาณขยะและสิ่งของเหลือใช้รวมถึงการให้ความสำคัญกับประโยชน์ของวัสดุธรรมชาติแบบดั้งเดิม

MUJI ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ด้วยการผลักดันแนวคิดที่ได้จากการเฝ้าสังเกตการดำเนินชีวิตประจำวันในทุกแง่มุมอย่างต่อเนื่อง…

ปัจจุบัน MUJI ขยายสาขาไปแล้วทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศในแถบยุโรป ได้แก่ U.K.- France –Ireland- Sweden -Italy Germany –Spain- Portugal -Poland ในเอเชีย Japan- Hong Kong -Singapore –Korea- Taiwan -China -Indonesia -Philippines –Malaysia- Kuwait -UAE – Australia -India -Saudi Arabia -Bahrain -Qatar รวมถึงประเทศไทยด้วยค่ะ

จากเจแปนมาไทยแลนด์ทำให้ตอนนี้ MUJI เป็นแบรนด์ที่เรารู้จักกันดีค่ะ จะเห็นตามห้างเซ็นทรัลเพราะว่า เซ็นทรัลผูกขาด ได้สิทธิ์แฟรนไชส์เข้ามาตั้งร้านในประเทศไทย ความเก่าแก่กว่า 37 ปี ของแบรนด์ MUJI พิสูจน์ได้ว่าสินค้าที่ไม่มียี่ห้อแต่คุณภาพดีตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกปีเป็นแบรนด์ที่คนทั่วโลกนิยม สินค้าไม่ใช่แค่เฉพาะคนญี่ปุ่นที่ชอบใช้แต่คนทั่วโลกก็สามารถใช้ได้

อัตลักษณ์หรือความเป็นตัวตนของมูจิ ถือเป็นหัวใจหลักของการสร้างความสำเร็จให้แบรนด์นี้ค่ะ โดยในปี ค.ศ.2020 MUJI จะปรับลดราคาสินค้าของร้านทั่วโลกให้เท่ากับที่ขายที่ญี่ปุ่น

ทำให้สงสัยว่า MUJI ทนฟังเสียงบ่นของพวกเราไม่ไหวหรือเปล่า ที่ว่าทำไมสินค้า MUJI ในไทยแพงจังเลย ถ้าเทียบกับสินค้า MUJI ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว เรียกว่าแพงกว่า 2-3 เท่าตัว ทั้งๆที่ค่าครองชีพของเราถูกกว่านะคะ

และสิ่งที่ทำให้ MUJI ประเทศญี่ปุ่นแตกต่างจาก MUJI ในไทยปัจจุบันนี้ เห็นชัดๆ คือ “เครื่องดื่ม” ที่ขายในร้านค่ะ

ในส่วนเครื่องดื่มร้อนและเย็นของร้าน MUJI ในไทยยังไม่มีค่ะ วันนี้เราเลยจะพาไปส่องที่ MUJI สาขาเมืองนาโกย่า ในห้างสกายลุ ชั้น 2 มาดูกันว่า มีน้ำอะไรน่าดื่มกันบ้าง

ทั้งน้ำผลไม้ กาแฟ ชา ร้อน-เย็น

ราคาประมาณร้อยกว่าเยนถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว มาตรฐาน

มีน้ำองุ่น 100% ด้วยค่ะ

เราเลยลองซื้อชานมร้อน (อุ่นๆ) ลองดื่มดูค่ะ

Milk Tea อุ่นสบายมือ ฝาเปิดง่าย

ซื้อแล้วจะได้สติ๊กเกอร์แปะมาให้ เราไม่รับถุงเพราะเปิดดื่มเลย

รสชาติหวานๆ หน่อย ถือว่าหวานกว่ามาตรฐานเครื่องดื่มญี่ปุ่นทั่วไปค่ะ ถ้าเพื่อนๆ แวะไป MUJI ก็ลองชิมน้ำแปลกๆ กันดูนะคะ

ที่ตั้ง: SKYLE(อยู่ในห้างสกายลุชั้น 2) 3−4−5 , Sakae, Naka-ku, Nagoya-shi, Aichi 460-0008

เวลาเปิดปิด: 10.00 – 20.00 น.

แผนที่:

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

About the author

riangsupod-profile_pic_image

RiangSupod

ดูบทความผู้เขียน

เลขาสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรมญี่ปุ่น จบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์-ปริญญาโทรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เคยอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และได้เดินทางไปทำงานและไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ ทำให้มีเพื่อนทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย
ปัจจุบันเป็นเลขานุการผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง

ถูกใจ แชร์เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตะลุยสวนเชอรี่ “อากุริ ปาร์ค เรียว”

ตื่นตาตื่นใจกับการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Enoshima Aquarium ที่เน้นแสงสีและออกแบบโดย VELVETA DESIGN

มูมิน คาเฟ่ ที่ญี่ปุ่นปรับปรุงใหม่ กับเมนูสุดน่ารักจนไม่กล้ากิน

นั่งกระเช้าชมปีศาจหิมะ(Snow monsters)

เที่ยว American Village เหมือนได้ไปอเมริกาบนเกาะโอกินาว่า

ซัมเมอร์นี้ เตรียมตัวเดินทางไปกับ “รถไฟปิกาจู” ขบวนใหม่สายตะวันออกเฉียงเหนือกัน

เที่ยวหมู่บ้านโกคายามะ อีกหนึ่งในมรดกโลกของญี่ปุ่น

ชมซากุระที่พิพิธภัณฑ์มิโฮะท่ามกลางป่าเขียวขจี

“ปูเฮย์เค” ปูหน้าคนแห่งความแค้น!