เมื่อดอกฮิกังบานะบาน ก็ได้เวลาของฤดูใบไม้ร่วงแล้วซินะ…

เมื่อดอกฮิกังบานะบาน ก็ได้เวลาของฤดูใบไม้ร่วงแล้วซินะ…

Credit: Kazunobu Masuda

เมื่อดอกฮิกังบานะบาน ก็ได้เวลาของฤดูใบไม้ร่วงแล้วซินะ…

Credit: Kazunobu Masuda

ในประเทศญี่ปุ่น ดอกฮิกังบานะ (Higanbana) ถือเป็นดอกไม้ลึกลับที่มีชื่อกว่า 1,090 ชื่อ บางทีฝรั่งก็จะเรียกว่า “Red Spider Lily” หรือ “ดอกพลับพลึงแมงมุม” ว่ากันว่าในอดีตมักนำไปปลูกไว้ตามคันนาหรือใกล้สุสาน ทั้งนี้เพราะในหัวของต้นดอกฮิกังบานะ มีพิษสามารถป้องกันหนูหรือสัตว์ร้ายไม่ให้เข้าไปกัดกินข้าวในนาหรือศพที่ถูกฝังไว้ และนั่นคือที่มาของชื่อนานาประการ เช่น “ดอกไม้ผี” (Yurei-bana) “ดอกไม้คนตาย” (Shibito-bana) อันไม่เป็นมงคล ไปจนถึงชื่อตามพุทธศาสนาเช่น “ปรมิตตา” (Manjushage) และ “ฮิกังบะนะ” (Higanbana) ซึ่งชื่อหลังสุดนี่เป็นชื่อที่ผู้คนทั่วไปใช้ร่วมกันในปัจจุบัน (ข้อมูลจาก Osaka Convention & Tourism Bureau)

Credit: Kazunobu Masuda

คำว่า “ฮิกัง” (Higan) หมายถึงประเพณีบังสุกุลบรรพบุรุษของคนญี่ปุ่นกระทำกัน 2 ครั้งในหนึ่งปี ครั้งที่สองคือราวกลางถึงปลายเดือนกันยายน แทบทุกปีมักจะตรงกับช่วงที่ดอกฮิงังบะนะโผล่ยอดออกมาบนดิน พร้อมคลี่กลีบบานอย่างรวดเร็วก่อนที่จะโรยไปพร้อมๆกับการสิ้นสุดของเทศกาลบังสุกุลพอดิบพอดี (ข้อมูลจาก Osaka Convention & Tourism Bureau) ทำให้คนญี่ปุ่นบางคนก็กลัวดอกไม้ชนิดนี้ค่ะ แต่เรากลับคิดว่ามันสวยมากๆ เลยล่ะ

Credit: Kazunobu Masuda

โดยในช่วงปลายเดือนกันยายนของทุกปี จะเป็นช่วงเวลาที่ดอกฮิกังบานะบานเต็มที่ โดยในปี 2017 นี้ เราขอนำภาพสวยๆ จากสวนของมิยากามิโจ โตโยต้าซิตี้ นาโกย่า มาฝากกันค่ะ เริ่มบานแล้วตั้งแต่ 24 กันยายน 2560 ไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ก็โรยแล้วค่ะ

Credit: Kazunobu Masuda

หลังจากบานเต็มที่ไม่นาน จากนั้นเมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคมอากาศก็จะเริ่มเย็นลงและถือเป็นการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้แดงกันแล้ว

Credit: Kazunobu Masuda

สำหรับในประเทศไทย อาจจะคุ้นๆ หน้าตากันดี พลับพลึงแดง หรือ พลับพลึงดอกแดง น่าจะอยู่ในตระกูลเดียวกับว่านมหาลาภ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Crinum amabile Donn)

ดอกฮิกังบานะเป็นพืชล้มลุกอยู่ในวงศ์ AMARYLLIDACEAE ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ และปักชำหัว ใบนำเอามาย่างไฟ พันแก้ฟกช้ำ บวม เคล็ด ขัดยอก ใช้อยู่ไฟหลังคลอด ต้มรับประทานทำให้อาเจียน มีรสขม ในอินเดียใช้เป็นยาระบาย ขับเสมหะ รักษาโรค เกี่ยวกับน้ำดี เมล็ดเป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ เป็นยาบำรุงด้วยค่ะ (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)

ส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์ที่มีดอกสีแดง…

สีขาวก็มีค่ะ แต่หายาก

Credit: Kazunobu Masuda

และมีสีม่วงด้วยค่ะ

แผนที่:

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

About the author

riangsupod-profile_pic_image

RiangSupod

ดูบทความผู้เขียน

เลขาสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรมญี่ปุ่น จบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์-ปริญญาโทรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เคยอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และได้เดินทางไปทำงานและไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ ทำให้มีเพื่อนทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย
ปัจจุบันเป็นเลขานุการผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง

ถูกใจ แชร์เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

เทศกาลดอกคำฝอยเมืองยามากาตะ

ประลองความกล้า ท้าความเป็นนินจาได้ที่ “The Muscle Monster”

ฮิเมะยาโด โรงแรมสำหรับหญิงสาวที่อยากเยียวยาหัวใจสไตล์ไฮโซ

พักกาย สบายกระเป๋า ด้วย Guest house ที่เด็กเข้าพักได้ (ตอนจบ จ.โทกุชิมะและโคจิ)

สวนคุระไกเคะ (Kuragaike park) ในเมืองโตโยต้าซิตี้

แหล่งชมซากุระแนะนำ 100 อันดับของญี่ปุ่นใน จ.ฟุคุชิมะ

ยามะกะตะ จังหวัดแห่งการกินโซบะ

พักกาย สบายกระเป๋า ด้วย Guest house ที่เด็กเข้าพักได้ (ตอนที่1-3 จ.เอฮิเมะ)

อ้อมกอดซากุระริมคาวากุจิโกะ (6-14 เมษายน 2562)