ทำไม “กุเดทามะ” ถึงได้เป็นที่นิยมนักในวัฒนธรรม “คาวาอี้”

ทำไม “กุเดทามะ” ถึงได้เป็นที่นิยมนักในวัฒนธรรม “คาวาอี้”

Credit: sanrio

ถ้าพูดถึงคาแรกเตอร์การ์ตูนซานริโอ (Sanrio) ตัวการ์ตูนที่ฮิตและดังนานจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงต้องยกให้ “เฮลโล คิตตี้” ซึ่งก็เป็นที่รู้จักกันมานมนานตั้งแต่ปี 1974 โน่น แต่ก็ไม่แปลกใจสักเท่าไหร่เพราะเจ้าแมวสีขาวผูกโบแดงน่ารักจริงๆ

แต่ที่ใครหลายคนอาจว่าแปลกก็คือ คาแรกเตอร์ทื่ชื่อว่า กุเดทามะ (Gudetama ぐでたま) หรือเจ้าไข่ขี้เกียจ ดูจากหน้าก็พอจะรู้ว่าขี้เกียจขนาดไหนเพราะแม้แต่ตาก็ยังปิดอยู่ ก็มันง่วงเสียเหลือเกินสินะ

จะว่าไปดูๆ ไปแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเป็นการ์ตูนที่วาดขึ้นแบบง่ายๆ หน้าตาก็ไม่ค่อยจะน่ารักเท่าไหร่ แต่ทำไมถึงฮิตและดังข้ามประเทศ (แม้แต่ประเทศไทยเอง เซเว่นยังเอามาจัดแคมเปญสะสมเหรียญแลกคุ้มเลย!)

และเพื่อจะคลายความสงสัยว่า กุเดทามะ ได้กลายมาเป็นปรากฏการณ์ฟีเว่อร์ได้ยังไง Vox ก็ได้ทำวีดีโออย่างเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาไขข้อข้องใจให้เราได้ฟังกัน

เจ้า “กุเดทามะ” เป็นไข่แดง ถ้ามองจากด้านหลังจะเห็นก้น ตัวการ์ตูนวาดแบบง่ายๆ มีแขน มีขา แต่ไม่ยักมีนิ้วมือ นิ้วเท้า มีปากแต่กลับไม่มีฟัน แต่คนกลับชอบมันกันจัง!!??

เจ้าไข่ขี้เกียจปรากฏตัวอยู่แทบทุกที่เลย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสะพาย ของใช้กระจุกกระจิกอย่าง ถ้วย ชาม เครื่องเขียน ลายบนบัตรเครดิต ลายบนเครื่องบิน

หรือแม่แต่คาเฟ่ “กุเดทามะ”

แต่เบื้องหลังความนิยมไม่ใช่เพราะความน่ารักของมันหรอกค่ะ แต่กลับเป็น “นิสัยส่วนตัว” ซึ่งก็คือ ความขี้เกียจสันหลังยาวของมันนั่นเอง

ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างน่าสนใจเพราะเขาอธิบายเรื่องความแตกต่างของวัฒนธรรมตะวันตกกับตะวันออก ในการนิยามความหมายของคำว่า “น่ารัก” … หากเปรียบเทียบตัวการ์ตูนที่ว่าน่ารักกับการ์ตูนทางฝั่งตะวันตกแล้ว บอกได้เลยว่า เจ้าไข่ขี้เกียจนี้มีคุณสมบัติตรงข้ามกับความน่ารักเกือบทุกอย่างเลยจริงๆ

ลองดูอย่างคาแรกเตอร์เจ้าหญิงแสนสวยทั้งหลายนี้สิ ทุกนางตาโต ตาสดใสเป็นประกายวาว แถมยิ้มสวย

ความน่ารักเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความดี และการมองโลกในแง่ดี ในขณะที่คุณสมบัติในแง่ลบจะแสดงถึงความชั่วร้าย

ดูอย่างสโนไวท์กับแม่มด หรือไลอ้อน คิงนี้เลย สีที่ใช้กับตัวร้ายจะเป็นสีมืดๆ และจะเน้นความเป็นเหลี่ยมมุมมากกว่าฝ่ายดีที่มักใช้ลักษณะที่ออกจะมนๆ

แต่วัฒธรรมคาวาอี้ของญี่ปุ่นนั้นเป็นการนำเอาส่วนที่เป็นสีขาวและดำมาผสมกันเกิดเป็นสีเทาตรงกลาง

คำว่า “คาวาอี้” มักใช้อย่างกว่างขวางในความหมายที่ว่า เหมือนด็ก หมายความว่า มันจะดูน่ารักและขี้เกียจได้ในเวลาเดียวกัน ความน่ารักแบบนี้ให้ความรู้สึกว่ามัน “บอบบาง น่าทะนุถนอม ทำให้เราอยากจะดูแลมัน” คาแรกเตอร์แบบนี้สามารถทำให้คนดูหัวเราะ รู้สึกผ่อนคลาย และรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรที่เชื่อมถึงลักษณะบุคลิกของตัวการ์ตูนนั้นๆ อยู่

Credit: 蛋黃哥_ぐでたま✯✯
เพราะสุดท้ายแล้วเราก็แค่ต้องการบางสิ่งบางอย่างที่มันมีอะไรคล้ายๆ กับเรา (ขี้เกียจเหมือนกัน!) เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว เช่นเดียวกับเวลาที่เราเจอใครที่มีอะไรเหมือนกับเรา ก็จะทำให้รู้สึกสนุกและอยากคบหามากกว่าเจ้าหญิงแสนสวยแต่แอบดูเหมือนฝัน เห็นแล้วไม่รู้สึกตลกหรือไม่มีอะไรเหมือนความเป็นจริง

เจ้าไข่ขี้เกียจนี่แหละ แค่ดูก็ยิ้มได้แล้ว แถมถ้ามันมีชีวิตจริงๆ เชื่อว่าหลายคนอาจจะอยากเลี้ยง อยากเล่นด้วยแน่ๆ รู้สึกเหมือนกันไหม?

Credit: Snaj Yunar

ข้อมูลและภาพจาก

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

About the author

oraphan_image

ออ

ดูบทความผู้เขียน

ชอบเรียนภาษา ดูหนังและชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ เป็นครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติและปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่ก็เป็นคนญี่ปุ่นเลยได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันกับชาวญี่ปุ่นเกือบทุกวัย นอกจากนี้ ก็เป็นคนเขียนบทประจำให้กับรายการ DID YOU KNOW…? และมีเพจภาษาอังกฤษบนเฟสบุ๊ค

https://www.facebook.com/English-in-the-Air-227307993959056/

ถูกใจ แชร์เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

บรัชออนเนื้อครีมสวยติดทนจาก CANMAKE

Biore Aqua Rich Micro Defence SPF 50 PA++++ กันแดดด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุด “Micro defense”

Evita Beauty Whip Soap 3D โฟมล้างหน้ากุหลาบสุดฮอตจากญี่ปุ่น

MUHI Anpanman : น้ำยาล้างแผลผสมยาฆ่าเชื้อสูตรน้ำสำหรับเด็ก

ท่าโพสถ่ายรูปสุดฮิตของวัยรุ่นญี่ปุ่นแต่ละสมัยและแฟชั่นชุดนักเรียนมัธยมย้อนยุคเป็นอย่างไรกัน

Netflix เตรียมลงจอซีรี่ส์ “Rilakkuma and Kaoru” ครั้งแรกทั่วโลก 19 เมษายนนี้ ชมคลิปตัวอย่างได้แล้ว

รองเท้าเด็ก Onitsuka Tiger รุ่น MEXICO MID RUNNER PS แบบหุ้มข้อ

ปากกาเขียนบนฟิล์มถนอมอาหาร

10 ไอเท็มเด็ดจากญี่ปุ่นซื้อกลับไปฝากสาวออฟฟิศ