นั่งเรือ กินหอยนางรมหม้อไฟ ที่มัตสึชิม่า (Matsushima)

นั่งเรือ กินหอยนางรมหม้อไฟ ที่มัตสึชิม่า (Matsushima)

บริเวณนี้ตั้งอยู่พื้นที่ชายฝั่งทะเลในอ่าวมัตสึชิม่า หันหน้าไปทางมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งอยู่ในจังหวัดมิยากิ (Miyagi) มีเกาะน้อยใหญ่จำนวนมากมายทั้งในและนอกอ่าว เมืองนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ได้รับความเสียหายจากสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งได้รับความเสียหาย แต่ปัจจุบันได้รับการฟูนฟูให้กลับมาสวยงามดังเดิม ความกว้างใหญ่และสวยงามของทัศนียภาพ ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด 3 แห่งของญี่ปุ่น

การเดินทางมาที่นี่จากตัวเมืองเริ่มจากสถานีเซนได(sendai) นั่งรถไฟสายเจอาร์เซนเซะกิ(senseki) มาลงที่สถานีมัตสึชิมาไคคัง(Matsushima kaigan) ใช้เวลาไม่นานจากตัวเมือง

ที่นี่มีสถานที่สำคัญต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม สถานที่แนะนำคือ วัดซุยกังจิ(Zuiganji) และวัดเอ็นซึอิน(Entsuin) สถาปัตยกรรมความงามสมัยดาเตะ และถูกสร้างขึ้นในยุคก่อตั้งเมืองเซนไดโดยท่านดาเตะ ซามามุเนะ ทำให้วัดสองแห่งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว ใครที่มานี่นี่อย่าลืมมาสักการะบูชากันด้วย ที่ต่อมาคือ สะพานแดงฟุคุอุระ(Fukuurabashi bridge) สะพานที่พาดผ่านไปยังเกาะฟุคุอุระ ด้วยตัวสะพานที่เป็นสีแดงสวยตัดกับสีน้ำทะเลทำให้เป็น

จุดสนใจอีกจุดหนึ่ง สุดท้าย วัดโกไดโด(Godaido temple) มีจุดชมวิว และศาลเจ้า ที่เชื่อว่าการข้ามไปศาลเจ้าจะมีสะพานไม้สีแดงอยู่สามช่วง คนที่มากับคู่รัก ถ้าพากันจูงมือข้ามสะพานนี้ ความสัมพันธ์จะแนบแน่นยิ่งขึ้น ใครมากับแฟนพลาดไม่ได้เลย

ของขึ้นชื่อของที่นี่คือ หอยนางรม มีการเลี้ยงหอยนางรมเป็นจำนวนมาก ใครมาที่นี่ถ้าไม่ได้ลิ้มลองถือว่าพลาดสุดๆ ดังนั้นไฮไลท์เด็ดของเราวันนี้ เราจะแนะนำกิจกรรมที่น่าสนใจเป็นอย่างมากคือการล่องเรือชมเกาะ พร้อม ๆ กับการกินหอยนางรมหม้อไฟบนเรือ เป็นกิจกรรมที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย จะมาเที่ยวกับเพื่อน กับครอบครัว หรือมาเที่ยวกับแฟน ก็ใช้บริการนี้ได้ รับประกันความพึงพอใจ

คอร์สนี้จะเปิดให้บริการในช่วงหน้าหนาวเท่านั้น ช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม สิ่งสำคัญที่ทุกคนจะต้องทำคือต้องจองล่วงหน้าก่อน 9โมงเช้าของวันที่จะใช้บริการ ราคาบริการอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 3400เยน เด็ก 2200เยน เห็นราคาแล้วอย่าพึ่งตกใจ จะเล่าให้ฟังว่ามันคุ้มค่ายังไง

เราเริ่มขึ้นเรือกันที่บริเวณริมฝั่งของเกาะมัตสิชิม่าห่างจากสถานีรถไฟไม่มากนัก พอขึ้นเรือ เรือก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากฝั่ง อากาศข้างนอกหนาวก็จริงแต่ภายในเรืออบอุ่นมาก บนเรือมีที่นั่งให้เลือกนั่งได้ หรือ สำหรับคนที่จองมาทางพนักงานก็จะจัดเตรียมที่นั่งไว้ให้แล้ว อาหารทุกอย่างที่เสิร์ฟจะถูกทำขึ้นบนเรือทั้งหมดเพื่อให้ความสดใหม่และรสชาติที่อร่อยแก่ลูกค้า อาหารจะค่อยๆทยอยเสิร์ฟเรื่อย ๆ ที่ละอย่างจนครบ

มาแนะนำเมนูอาหารกันดีกว่า อันแรกคือ หอยนางรมทอดเทมปุระ หอยนางรมที่นุ่มเคลือบด้วยแป้งแล้วลงทอดจนเหลืองกรอบ บีบเลมอนใส่สักนิดแล้วกินกับซอสเทมปุระให้รสชาติกลมกล่อมมาก ต่อไปคือ หอยนางรมลวกกับซอสมิโซะ หอยนางรมที่สดมากผ่านการลวกทำให้น้ำในตัวหอยออกมา พอกินกับซอสมิโซะยิ่งชูรสชาติและความสดของหอบนางรมขึ้นไปอีก

สุดท้ายพระเอกของงานนี้คือ หอยนางรมหม้อไฟ หอยนางรมตัวใหญ่ๆ กับเครื่องหม้อไฟ ไม่ว่าจะเป็นผัก เต้าหู้ ต้นหอม ถูกจัดใส่ในหม้อดินตั้งไฟจนเดือดพร้อมรับประทาน

เรือจะวิ่งไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1ชั่วโมง พนักงานบนเรือก็จะแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ขณะเรือเคลื่อนผ่าน อากาศหนาวๆ ทานหม้อไฟร้อนๆบนเรือ อาหารอร่อย วิวดี แถมได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติต่างๆ และสถานที่บนเกาะ คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปแถมยังได้ความประทับใจกลับมาอีกด้วย ขอบอกคำเดียวว่าไม่ลองไม่ได้แล้ว

หลังจากกินอาหารอร่อยๆ นั่งเรือชมวิวสวยๆกันไปแล้ว มาแนะนำของหวานกันบ้าง ของหวานที่จะแนะนำอยู่ที่ร้าน ZEN cafe ใกล้ๆกับท่าเรือที่เราขึ้น เมนูในร้านทุกอย่างทำจากซุนดะ(Zunda)ถั่วแระญี่ปุ่น เมนูที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ พาเฟ่ซุนดะโมจิ โมจินุ่มๆที่เคลือบด้วยถั่วแระญี่ปุ่น ทานคู่กับไอศกรีมและซีเรียล ให้รสสัมผัสที่ลงตัว ไม่ว่าร้อนหรือหนาวฤดูไหนๆ ก็รับประทานได้ ใครมาที่มัตสึชิม่าแนะนำให้ลองหาชิมกัน แล้วจะติดใจ

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

ถูกใจ แชร์เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

สูดไอธรรมชาติให้ชุ่มปอดที่ Forest of MUSE

คึกคักสไตล์วัยรุ่นที่ดองกี้สาขานาโกย่าซาคาเอะ: ドン・キホーテ 名古屋栄店

ประลองความกล้า ท้าความเป็นนินจาได้ที่ “The Muscle Monster”

ไปกิน “ไข่ดำ” เพื่อต่ออายุที่เขาโอวาคุดานิ ฮาโกเนะ

กระดิ่งลม เครื่องรางความรักของศาลเจ้าคาวาโกเอะฮิกาวะ

เดินเขา ดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติที่แอ่งน้ำฮัปโปกัน !

เจ้าตัวเหลืองมินเนี่ยนครองญี่ปุ่นไปแล้ว

มารู้จักกับ “ชิโระคุมะ” ไอศกรีมหมีขาวแสนอร่อย

วัดนิตไตจิหรือวัดไทย-ญี่ปุ่น (Nittaiji Temple)